"ไปเรียนวันแรกต้องแบกโต๊ะไป 1 ตัว เพราะโรงเรียนไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้"

      นายชวนเล่าถึงเหตุการณ์สมัยเรียนว่า สมัยนั้นถ้าบ้านไหนที่มีฐานะ ก็จะส่งลูกไปเรียนที่เกาะหมาก คือปีนัง เพื่อให้ได้เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจีนกลับมา ครูนิยมตั้งใจส่งไปเรียน จึงรออยู่ถึงสองปี เพื่อไปปีนัง แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ไป เพราะพ่อไม่สามารถหาเงินส่งเสียให้ได้ จึงเรียนมัธยมต่อที่ จ.ตรัง

     ชีวิตนักเรียนมัธยมวันแรกค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เข้าเรียน ม.1 ที่โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษหลังจากหยุดเรียนไปสองปี ไปเรียนวันแรกต้องแบกโต๊ะไป 1 ตัว เพราะโรงเรียนไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้ เรียนได้เทอมเดียว ก็มีโรงเรียนใหม่เปิดขึ้น คือโรงเรียนตรังวิทยา จึงย้ายไปเข้าเรียนเทอมที่สองที่โรงเรียนตรังวิทยา ถือว่าเป็นนักเรียนรุ่นแรก และจบ ม.6 ที่นั่น จากนั้นสอบชิงทุนครูของจังหวัดได้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พอดีโรงเรียนศิลปศึกษาซึ่งเป็นของเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร กำลังเปิดรับสมัคร นายชวนจึงสละทุน และสอบเข้าในโรงเรียนศิลปศึกษา เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากรได้

     ในสมัยเรียนปี 1 เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่จะเก่งด้านศิลปะ ทุกคนเปรียบได้ว่าเป็นหัวกะทิด้านศิลปะมาจากทั่วประเทศทีเดียว ดังนั้นจึงรีบมาเรียนแต่เช้าเพื่อพัฒนาฝีมือให้คะแนนไล่ทันเพื่อน แต่นายชวนมีข้อได้เปรียบในวิชาสามัญ ไม่ว่าจะเป็นคำนวณ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ จะทำคะแนนได้ดี เพราะว่ามีพื้นฐานดีมาจากบ้านนอก

     ศาสตราจารย์พันเอกพิเศษหญิง มาลี ภู่เรือหงษ์ ครูผู้หักเหเส้นทางชีวิตของนายชวน ได้กล่าวว่า "…นายกฯ ชวน เป็นคนเก่งมากๆ ในวิชาสามัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ สอบทีไรได้คะแนนสูงสุดทุกที มีความกระฉับกระเฉง เวลาครูสอนจะตั้งใจเรียนมาก และมีความจำเป็นเลิศ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีอารมณ์ทางศิลปะด้วย เวลาที่จะพูดกับครูอาจารย์ จะพูดด้วยความเคารพ จะออกความเห็นอะไร ก็พูดด้วยความเรียบร้อย"

     ในระหว่างที่เรียนอยู่ปี 1 ที่โรงเรียนศิลปศึกษา นายชวน ได้สอบเทียบ ม.8 ได้และใช้ประกาศนียบัตรนี้ไปสมัครเรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยปลีกเวลาไปเรียนวิชาศิลปะ วิชาที่รัก ที่โรงเรียนศิลปศึกษา เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากรด้วย

     ที่ธรรมศาสตร์ ได้เพื่อนใหม่ๆ มากขึ้นจากทุกภาค เริ่มทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ฉายแววของความเป็นนักคิด นักทำ และแนวความคิดที่สนใจทางด้านการเมือง สมัยนั้นเป็นช่วงคณะปฏิวัติปกครองประเทศ มหาวิทยาลัยทุกแห่งถูกควบคุมโดยคณะปฏิวัติ อธิการบดีก็เป็นทหาร นักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นสวนทางนโยบายก็จะถูกคัดชื่ออก จึงไม่ค่อยมีใครกล้าแสดงออกมากนัก

     โอกาสเดียวที่จะแสดงออกได้ ก็มีแต่บนเวที วันสถาปนามหาวิทยาลัย ทุกวันที่ 27 มิถุนายน ของทุกปี จะจัดการแสดงของแต่ละคณะ คณะนิติศาสตร์จะได้รับความสนใจมากกว่าคณะอื่น เพราะจะมีละคร เช่น งิ้ว โขน ลิเกการเมือง นายชวนจะได้รับมอบหมายให้เขียนบท บทไหนรุนแรงก็ถูกเพื่อนบังคับให้เล่นเอง" นั่นอาจเป็นสนามแรกสำหรับฝึกฝีปาก "มีดโกนอาบน้ำผึ้ง"

     "ทำกิจกรรมมาหลายปี ปลอดภัยมาโดยตลอด เพราะไม่เปิดเผยว่าใครเป็นใคร ไม่เอาดัง แต่เอาผลงานกัน แต่ปีสุดท้าย แสดงละครการเมืองกันบนเวทีหอประชุมของมหาวิทยาลัยไฟดับกลางคัน เพราะไปล้อเลียนท่านเลขาธิการมหาวิทยาลัย คือ ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ได้ขึ้นไปบนเวที สอบถามตัวบุคคลที่แสดงในคืนนั้น โชคดีที่ผมกำลังจะสอบวิชาสุดท้ายและจบการศึกษา" นายชวนกล่าว







ที่ตั้ง : 67 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2278-4042, 0-2278-5327, 0-2270-1683 โทรสาร : 0-2279-6086
e-mail:admin@democrat.or.th